ธรรมชาติไม่ใช่เพียงฉากหลังของการดำเนินธุรกิจ แต่คือเหตุผลสำคัญที่โรงแรมตั้งอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ด้วยเหตุนี้ จึงได้พัฒนานโยบายด้านความหลากหลายทางชีวภาพขึ้น เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปกป้อง ฟื้นฟู และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรอบอย่างเป็นระบบ
แนวทางดังกล่าวให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพื้นที่ที่มีคุณค่าทางความหลากหลายทางชีวภาพสูง (Key Biodiversity Areas) อาทิ ทรายพีพี ไอซ์แลนด์ วิลเลจจังหวัดกระบี่ ประเทศไทย และโครงการ CROSSROADS Maldives ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างรอบคอบและต่อเนื่อง
| 1.71 ตร.กม.ที่ CROSSROADS Maldives ได้รับการรับรองเป็น OECM* Candidate | 20,664ผู้เข้าชมศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล Marine Discovery Centre (MDC) | สัตว์ทะเล 24 ชนิดใน IUCN Red list พบในพื้นที่ชองเรา |
| 792ชิ้นส่วนปะการังที่ปลูกที่มัลดีฟส์ | 1,926ผู้เข้าร่วมกิจกรรมความรู้เรื่องระบบนิเวศทางทะเลของ MDC มัลดีฟส์ | 2.46ดัชนีความหลากหลายทางชีวภาพ (Shannon) จากการสำรวจ ณ โครงการครอสโรดส์ |
| 42ฉลามกบที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติภายใต้โครงการ SOS ตั้งแต่ปี 2564 |
งานด้านความหลากหลายทางชีวภาพของเราเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือกับทั้งภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล
ขณะเดียวกัน เรายังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ปะการังฟอกขาว พายุที่รุนแรงขึ้น และปัญหาขยะทางทะเล ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่เราติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด การดำเนินงานเชิงรุกจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องทั้งทรัพยากรธรรมชาติและชื่อเสียงขององค์กร

SHR เชื่อมั่นในการดูแลรักษาธรรมชาติ จึงได้กำหนดและดำเนินการเชิงรุกในพื้นที่ Key Biodiversity Areas (KBAs) ที่มีความความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยมุ่งเน้นทั้งการประกาศพื้นที่อนุรักษ์ การสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนการสนับสนุนงานวิจัยและการเรียนรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การผลักดันพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลในโครงการ CROSSROADS Maldives ไปจนถึงการอนุรักษ์ป่าชายเลนในอ่าวโละบาเกา เกาะพีพี รวมถึงการพัฒนา Nature Trail ในพื้นที่โรงแรม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เข้าพักในการเรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของระบบนิเวศ อันนำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืนในระยะยาว
โครงการ Save Our Sharks ถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเรา ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง SHR, Singha Estate และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (PMBC) โดยมีหน่วยงานภาครัฐร่วมสนับสนุน มุ่งเน้นการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก โดยเฉพาะฉลามกบ
ที่ทราย พีพี ไอซ์แลนด์ วิลเลจ เราดำเนินงานภาย Marine Discovery Centre (MDC) ซึ่งเป็นศูนย์เพาะเลี้ยงและปล่อยฉลามแห่งเดียวบนเกาะพีพี โดยยึดหลักวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ผ่านกิจกรรมให้ความรู้ คู่มือ Do & Don’t สำหรับแขก และนโยบายงดเสิร์ฟเมนูเนื้อฉลามในทุกโรงแรมของ SHR เพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจบทบาทสำคัญของฉลามต่อระบบนิเวศทางทะเล
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล แต่ยังสนับสนุนชุมชนประมงท้องถิ่น และให้ความช่วยเหลือสัตว์ทะเลที่ได้รับบาดเจ็บ สะท้อนถึงการอนุรักษ์ที่เกิดขึ้นจริงอย่างต่อเนื่องในทุกวัน

ในปี 2568 ทีมงานของเราที่ CROSSROADS Maldives ได้จัดทำและส่งมอบแผนการจัดการ OECMs ระยะปี 2568–2573 พร้อมรายงานทางนิเวศวิทยาต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้อง งานดังกล่าวอ้างอิงจากการประเมินเชิงนิเวศ การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ และการเก็บข้อมูลทางทะเลอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการวางแผนอนุรักษ์บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ Key Biodiversity Area ขนาด 3.15 ตารางกิโลเมตรของเรา
หัวใจสำคัญของแผนนี้คือกรอบการแบ่งเขตพื้นที่ (zoning) เพื่อคุ้มครองแนวปะการัง ระบบนิเวศทะเลสาบ และเส้นทางการเคลื่อนที่ของโลมา โดยบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงยั่งยืน การควบคุมมลพิษ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ภายใต้แนวทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานการอนุรักษ์ทั้งในระดับประเทศและสากล
การสำรวจทางนิเวศครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1.71 ตารางกิโลเมตรของแหล่งที่อยู่อาศัยแบบแนวปะการัง–ทะเลสาบรอบ Emboodhoo Lagoon ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างระบบนิเวศที่หลากหลาย ทั้งพื้นแนวปะการัง ลาดแนวปะการัง แนวปะการังโดดเดี่ยว และโซนเปลี่ยนผ่าน จากการสำรวจพบพื้นที่ที่มีคุณค่าทางการอนุรักษ์สูง 3 แห่ง ซึ่งมีความหนาแน่นของปะการังมีชีวิตสูง โครงสร้างพื้นผิวมีความมั่นคง และรองรับชุมชนสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่หลากหลาย
พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นถิ่นอาศัยของชนิดพันธุ์ในบัญชีแดงของ IUCN อย่างน้อย 24 ชนิด อาทิ ฉลาม กระเบน เต่าทะเล และโลมาฝูงใหญ่ ข้อมูลจากการสำรวจนี้จึงเป็นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญสำหรับการติดตามสุขภาพของระบบนิเวศ และสนับสนุนการพิจารณาพื้นที่ดังกล่าวในฐานะ OECM Candidate ต่อไป
เราให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพทางบกอย่างจริงจังในทุกโรงแรม ที่ CROSSROADS Maldives เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้รับเหมา หน่วยงานภาครัฐ และ EPA เพื่อให้มั่นใจว่ามีการใช้เฉพาะพืชพันธุ์พื้นเมืองที่ไม่รุกราน โดยจัดหาจากเรือนเพาะชำที่ได้รับอนุญาต และเลือกใช้วัสดุก่อสร้างจากแหล่งที่ได้รับการรับรองจากภาครัฐ แนวปฏิบัติใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติถือเป็นสิ่งที่เราไม่ยอมรับ
ในประเทศไทย เรานำแนวทางเดียวกันมาปรับใช้ โดยหลีกเลี่ยงการใช้พืชต่างถิ่นปฏิบัติตามข้อกำหนดของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด และบริหารจัดการแมลงศัตรูพืชอย่างรับผิดชอบ โดยไม่แนะนำชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเข้าสู่ระบบนิเวศ
อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้หยุดเพียงแค่การปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่ยังเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้ง สิงห์ เอสเตท มูลนิธิโลกสีเขียว ชุมชนโละบาเกาบนเกาะพีพี และสถาบันการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ การวิจัย และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจนคือโครงการ Nature Trail ที่ สันติบุรี เกาะสมุยและ ทราย พีพี ไอซ์แลนด์ วิลเลจ ซึ่งเปิดโอกาสให้แขกได้เรียนรู้และสัมผัสระบบนิเวศอย่างใกล้ชิด ผ่านการสำรวจชนิดพันธุ์พื้นเมืองและความหลากหลายของธรรมชาติรอบตัว เพราะเราเชื่อว่าการเดินทางที่ดีที่สุด คือการเดินทางที่ช่วยให้ธรรมชาติคงอยู่และดีขึ้นกว่าเดิม
ในปี 2568 ได้ริเริ่มความร่วมมือกับ Maldives Islamic Bank (MIB) เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูแนวปะการังและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่ CROSSROADS Maldives ภายหลังการเยี่ยมชม Marine Discovery Centre (MDC) และพื้นที่อนุรักษ์ปะการังโดยซีอีโอของ MIB ทั้งสององค์กรได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) โดยมีเป้าหมายในการปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมความยั่งยืนของแนวปะการัง สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม
มีการจัดกิจกรรมขยายพันธุ์ปะการังและสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ทางทะเลสำหรับกลุ่ม National Geographic ณ CROSSROADS Maldives โดยผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมระบบนิเวศแนวปะการัง ภัยคุกคามที่สำคัญ และเทคนิคการฟื้นฟูผ่านการลงมือทำจริง เชื่อมโยงองค์ความรู้จากองค์กรด้านธรรมชาติระดับโลกเข้ากับการดำเนินงานในพื้นที่
ผู้แทนด้านการอนุรักษ์ทางทะเลจากมัลดีฟส์เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม ณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 15–20 กรกฎาคม 2568 โดยเนื้อหาครอบคลุมการใช้ UAV เพื่อการสำรวจ การช่วยเหลือและฟื้นฟูเต่าทะเล และการระบุชนิดวาฬจากการวิเคราะห์ภาพถ่าย ซึ่งช่วยยกระดับศักยภาพทางเทคนิคและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการคุ้มครองชนิดพันธุ์
นักชีววิทยาทางทะเลได้เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์ทางทะเล Atoll Marine Conservation Centre ใน Naifaru เพื่อศึกษาการดำเนินงานด้านการช่วยเหลือและฟื้นฟูเต่าทะเล พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ จากจำนวนกรณีช่วยเหลือเต่าที่ Emboodhoo Lagoon ที่เพิ่มขึ้น การเยี่ยมชมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเต่าโดยเฉพาะที่ CROSSROADS Maldives
นักชีววิทยาทางทะเลที่ CROSSROADS Maldives เข้าร่วมโครงการ Passive Acoustic Monitoring ซึ่งจัดโดย EPA ร่วมกับ MMRI และ MNU เพื่อเรียนรู้เทคนิคการใช้เสียงในการประเมินสุขภาพของแนวปะการัง และสนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศ เครื่องมือดังกล่าวช่วยเสริมศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ และเพิ่มความแม่นยำในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว