FOLLOW THE S GROWTH JOURNEY success for SHR

ห้องสื่อมวลชน

มีบางสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นที่ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท
ดูสิ่งที่เราทำเมื่อเร็วๆ นี้ และติดต่อทีมงานประชาสัมพันธ์ของเราหากมีสิ่งใดที่เราสามารถช่วยเหลือได้

Highlight Clippings

27 April 2026

SHR จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เคาะจ่ายปันผลปี 2568 ที่ 0.07 บาท/หุ้น

                        หลังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับพอร์ตสู่การเติบโตยั่งยืน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย –  บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts PCL.: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (Singha Estate PCL.: S) นำโดยดร. ชญานิน เทพาคำ ประธานกรรมการ นายบริวัฒน์ ปิ่นประดับ ประธานคณะกรรมการบริหาร และนาย                ไมเคิล เดวิท มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะกรรมการ จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยมีวาระสำคัญเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการประจำปี 2568

นายไมเคิล เดวิท มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวภายหลังการประชุมว่า “ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในหลายด้าน โดยสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มอัตราการทำกำไร และลดค่าใช้จ่ายทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้บริษัทฯ สามารถรายงานกำไรปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่จำนวน 615 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบ 3 เท่า

ดังนั้นจึงส่งผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท รวมเป็นเงินจ่ายทั้งสิ้น 251,554,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.67 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ โดยในจำนวนนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.015 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 10 กันยายน 2568 ดังนั้นส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท บริษัทฯจะดำเนินการจ่าย โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ต่อไป”

ในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยมุ่งยกระดับพอร์ตการลงทุน ควบคู่กับการหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) โดยมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงมากกว่าการขยายเชิงปริมาณ พร้อมแผนปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักร 2 แห่งในเมือง Manchester และ Glasgow เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แบรนด์ lyf ของ The Ascott Limited พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มุ่งเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และอัตราการเข้าพัก

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ผ่านการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่ม บริการสปา และกิจกรรมที่หลากหลาย ควบคู่กับการต่อยอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ SAii Hotels & Resorts พร้อมขยายศักยภาพการให้บริการเพื่อรองรับตลาด MICE และการจัดงานแบบครบวงจร เพื่อผลักดันรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ห้องพัก ตลอดจนยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ผ่านการรับรอง EIC Certificate ในโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ

“ผลประกอบการในปี 2568 ตอกย้ำแนวทางการบริหารงานที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปี 2568 สามารถเพิ่มจำนวนเงินปันผลจ่ายได้สูงขึ้นกว่าปีก่อนกว่าเท่าตัว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่บริษัทฯ เคยประกาศจ่ายเงินปันผลมา สำหรับปี 2569 บริษัทฯยังคงเดินหน้ารักษามาตรฐานการดำเนินงานในระดับสูง พร้อมเร่งขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างโปร่งใส่ และและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน” นายไมเคิลกล่าว

####

24 April 2026

สันติบุรี เกาะสมุย พลิกนิยามการพักผ่อนระดับลักซ์ชูรีนำเสนอประสบการณ์เข้าพัก 5 คืน ที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อการผ่อนคลายอย่างแท้จริง

ค้นพบความสมดุลกับคลาสเพื่อเติมพลังและฟื้นฟูจิตใจของ สันติบุรี เกาะสมุย

สันติบุรี เกาะสมุย (Santiburi Koh Samui) รีสอร์ทระดับลักซ์ชูรีบนชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะสมุย นำเสนอแพ็กเกจสำหรับการเข้าพัก 5 คืน ซึ่งเป็นประสบการณ์การพักผ่อนรูปแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับสถานที่และช่วงเวลา ตอบรับแนวโน้มของนักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความหมายของการเดินทางมากกว่าความหรูหราเพียงอย่างเดียว

แพ็กเกจสำหรับการเข้าพัก 5 คืน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่เพื่อซึมซับและปรับจังหวะชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติของเกาะสมุย และค้นพบเสน่ห์ในมุมที่เงียบ สงบ และลึกซึ้ง ผ่านการดูแลของทีมงานผู้ที่เติบโตและผูกพันกับพื้นที่แห่งนี้มาอย่างยาวนาน จนสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของผืนดิน สวน และวิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง โดยแพ็คเกจนี้พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย ผู้เข้าพักสามารถร่วมกิจกรรมเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณและระบบนิเวศในพื้นที่ หรือลิ้มรสอาหารที่ห้องอาหารศาลาไทย (Sala Thai) ซึ่งยึดแนวคิด 100 miles โดยคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งใกล้เคียง สนับสนุนผู้ผลิตในท้องถิ่น และสะท้อนรสชาติของภูมิภาคอย่างแท้จริง

สำหรับการเข้าพัก ทั้งในห้องพักสไตล์วิลล่า อาทิ Deluxe Beachfront Villa หรือ Grand Reserve Pool Villa ผู้เข้าพักจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่จะช่วยให้สามารถพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น สปาทรีทเมนต์ 60 นาที บริการเติมมินิบาร์ฟรี คลาส Vitality ส่วนตัวเพื่อเติมพลังและฟื้นฟูจิตใจ การใช้บริการฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ระดับพรีเมียมจากแบรนด์ Technogym และดินเนอร์อาหารไทยสำหรับสองท่าน

ด้วยระยะเวลาการเข้าพัก 5 คืน ผู้เข้าพักจะได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการใช้ชีวิตตามจังหวะของตนเองบนเกาะสมุย พร้อมดูแลสุขภาพผ่านโปรแกรมเสริมที่ สันติบุรี สปา (Santiburi Spa) สปาระดับรางวัล ซึ่งมีห้องทรีทเมนต์ส่วนตัวที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน พร้อมมอบความผ่อนคลายแก่ร่างกาย และฟื้นฟูสมดุลของจิตใจและอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ โปรแกรมบำบัดการนอน ทรีทเมนต์เพื่อดูแลอย่างลึกซึ้งทั้งกายและใจ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรตามหลักความยั่งยืน ยังสะท้อนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในยุคปัจจุบัน

วิลล่าเพื่อพักผ่อนท่ามกลางความสงบ

สันติบุรี เกาะสมุย ตั้งอยู่บนหาดแม่น้ำ หนึ่งในชายหาดที่สามารถลงเล่นน้ำได้ทั้งช่วงน้ำขึ้นและน้ำลง โดดเด่นในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบ ความสมดุล และความงดงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวอย่างมีสติในคลาสเติมพลังและฟื้นฟูจิตใจ การเดินเล่นในสวน หรือนั่งมองคลื่นทะเลท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ผู้เข้าพักจะได้ค้นพบความสุขเรียบง่ายที่ทำให้การเดินทางมีความหมาย พร้อมการดูแลของทีมงานผู้มีความผูกพันกับสถานที่มาอย่างยาวนาน ที่จะมอบความรู้สึกคุ้นเคย เสมือนได้รับการต้อนรับกลับมาอีกครั้ง แพ็กเกจสำหรับการเข้าพัก 5 คืน เปิดให้จองตั้งแต่เดือนมีนาคม สำหรับการเข้าพักจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 10,450 บาทสุทธิต่อคืน สำหรับ 2 ท่าน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ สมาชิก SAii DISCOVERY รับสิทธิพิเศษส่วนลดเพิ่มเติม 10%

###

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือภาพถ่ายความละเอียดสูง กรุณาติดต่อ
ลลิตา สมบูรณ์สุข (ตา)
Senior Manager - Corporate Marketing Communications, S Hotels & Resorts
โทร: 02 058-9888 ต่อ 320
อีเมล: lalita.s@shotelsresorts.com
เว็บไซต์: www.santiburisamui.com

เกี่ยวกับ สันติบุรี เกาะสมุย

สันติบุรี เกาะสมุย ตั้งอยู่บนหาดอันเงียบสงบที่ทอดยาวกว่า 300 เมตร ให้บริการวิลล่าและห้องสวีทอันหรูหรา เป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับคู่รักและครอบครัว ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ความบันเทิง และสิทธิพิเศษในการเข้าใช้ “สันติบุรีสมุยคันทรีคลับ” สนามกอล์ฟระดับแชมป์ 18 หลุม ภายในรีสอร์ทยังมี Santiburi Spa ระดับไฮเอนด์ แคมป์จูเนียร์ที่น่าดึงดูดใจ และกีฬาทางน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การพายเรือคายัค การดำน้ำตื้น และการแล่นเรือใบ ด้านอาหารเลิศรส ผู้เข้าพักสามารถเลือกร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์หลากหลาย ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.santiburisamui.com

เกี่ยวกับบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วโดยได้แรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจจากความเป็นไทย ถือครองพอร์ตโฟลิโอระดับนานาชาติ มาพร้อมมาตรฐานระดับโลกในการให้บริการ บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและการลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทศักยภาพในจุดหมายปลายทางที่น่าปรารถนาทั่วโลก โดยได้สร้างสรรค์คอลเลกชันของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมโรงแรมอีกด้วย บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการพักผ่อน และไลฟ์สไตล์ผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลาย และเพิ่มมูลค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยยึดหลักปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมอบประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน FacebookInstagramYouTubeLinkedIn

6 March 2026

SHR เดินหน้า 3 กลยุทธ์หลักปี 2569 มุ่งสร้าง New High ด้านการเติบโตและกำไรพร้อมยกระดับมูลค่าพอร์ตธุรกิจทั้งด้านสินทรัพย์ แบรนด์ และประสบการณ์การเข้าพัก

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ โชว์ความสำเร็จผลการดำเนินงานปี 2568 คว้ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 615 ล้านบาท พร้อมประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 “Scaling to New Heights, Unlocking Greater Value” มุ่งยกระดับคุณภาพพอร์ตโรงแรม ผ่านกลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ศักยภาพสูง เตรียมเดินหน้าพัฒนาโรงแรมใหม่-รีแบรนด์เพิ่มมูลค่า-ยกระดับประสบการณ์การเข้าพักสอดรับเทรนด์การท่องเที่ยวโลก ตั้งเป้าเพิ่ม Portfolio RevPAR เติบโต 20-25% ดัน EBITDA margin สู่ระดับ 30% และตั้งเป้าลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของหนี้ลงกว่า 0.50% พร้อมยกระดับฐานกำไรสุทธิให้เติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR กล่าวว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถผลักดันรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่พร้อมให้บริการ (RevPAR) เติบโตขึ้นในทุกภูมิภาค โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักทั้งจากการเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และการดึงดูดกลุ่มลูกค้าศักยภาพที่มีกำลังใช้จ่ายสูงให้เข้ามาพักในโรงแรมได้อย่างต่อเนื่อง ผนวกกับผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการลดต้นทุนทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalised Net Profit) เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 615 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างพอร์ตโรงแรมที่กระจายตัวในหลายประเทศ และความสามารถของบริษัทในการบริหารรายได้ท่ามกลางสภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้บริษัทสามารถจ่ายปันผลงวดปี 2568 ที่ 0.07 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนตั้งแต่บริษัทฯ เคยประกาศจ่ายเงินปันผลมา หรือคิดเป็นประมาณ 4% ของราคาปิดล่าสุด สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

ในปี 2569 บริษัทจะต่อยอดความสำเร็จดังกล่าวผ่านการขับเคลื่อนแผนธุรกิจ “Scaling to New Heights, Unlocking Greater Value” ยกระดับการเติบโตและปลดล็อกศักยภาพการสร้างมูลค่าในระยะยาว ผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ 

1.การหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) เดินหน้าบริหารพอร์ตเชิงรุก โดยมุ่งเน้นคุณภาพของสินทรัพย์มากกว่าปริมาณ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว ผ่านการจำหน่ายโรงแรม 15 แห่งในสหราชอาณาจักรที่มีศักยภาพการเติบโตและการทำกำไรจำกัด เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในสินทรัพย์ทีมีศักยภาพในการทำกำไร

โดยบริษัทฯ เตรียมงบลงทุนประมาณ 3,000–3,500 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง สร้างความได้เปรียบด้านขนาด ควบคู่การลงทุนอย่างคัดสรรในโรงแรมระดับบน (Upper Upscale) และการบริหารแบบคลัสเตอร์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

2.การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) มุ่งพัฒนาพอร์ตสู่การเป็นพอร์ตโรงแรมระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยไลฟ์สไตล์ โดยร่วมมือกับ The Ascott Limited ผู้บริหารจัดการโรงแรมระดับนานาชาติ รีแบรนด์และยกระดับโรงแรม 4 แห่งในสหราชอาณาจักร สู่แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น ได้แก่ The Unlimited Collection และ lyf พร้อมทั้งอัปเกรดห้องพัก และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว ปัจจุบัน โรงแรมภายใต้แบรนด์ The Unlimited Collection ได้เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อีก 2 โรงแรมภายใต้แบรนด์ lyf คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในครึ่งแรกของปี 2569 และจะช่วยผลักดัน ADR เพิ่มขึ้นประมาณ 20–30% เมื่อเทียบกับปี 2567

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนยกระดับผลิตภัณฑ์ห้องพักของโรงแรมแบรนด์ SAii Hotels & Resorts จำนวน 2 แห่ง โดยที่ SAii Phi Phi Island Village จะดำเนินการปรับปรุงวิลล่าบนเนินเขาทั้งหมดจำนวน 12 ห้อง ขณะที่  SAii Maldives Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton จะเพิ่มสระว่ายน้ำส่วนตัวให้วิลล่าเหนือน้ำเดิม 20 หลัง และพัฒนาวิลล่าเหนือน้ำใหม่อีก 18 หลัง เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบน เสริมศักยภาพด้านราคา และสนับสนุนการเติบโตของ ADR ในระยะยาว

3. การเติบโตของแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ (Experienced-Led Brand Growth) ชูแบรนด์ SAii Hotels & Resorts แบรนด์โรงแรมระดับบนที่มีเอกลักษณ์ด้านไลฟ์สไตล์ (Upper-Upscale Lifestyle Brand) ชัดเจน พร้อมต่อยอดแนวคิดแกนกลางที่กำหนดอัตลักษณ์และมาตรฐานของแบรนด์ (Brand Pillars) และพัฒนาประสบการณ์เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ (Signature Experiences) ให้โดดเด่นและแตกต่างยิ่งขึ้น ครอบคลุมมิติการดูแลสุขภาพ ความยั่งยืน และการนำเสนออาหารอย่างใส่ใจ เพื่อสร้างความแตกต่างและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว ตลอดจนแบรนด์ในเครือ Ascott อย่าง The Unlimited Collection และ lyf ในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพัก ผ่านทั้งการออกแบบห้องพัก ความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจนการนำเสนอกิจกรรมที่ช่วยส่งมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ของโลก เช่น การมอบประสบการณ์การชมดาวท่ามกลางธรรมชาติ สอดรับเทรนด์การท่องเที่ยวเพื่อความสงบและเป็นส่วนตัว (Quietcations) แพ็คเกจส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness Packages) ที่ผสานการท่องเที่ยวเข้ากับการออกกำลังกายและไลฟ์สไตล์แอคทีฟ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต กิจกรรมเพาะฟื้นฟูปะการัง ปลูกป่าชายเลน สอดรับเทรนด์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย

จากกลยุทธ์ที่จะช่วยปลดล็อกการเติบโตดังกล่าว บริษัทจึงตั้งเป้าให้ภาพรวม Portfolio RevPAR เติบโตขึ้น 20-25%% จากปี 2568 พร้อมทั้งคาดว่าจะสามารถปรับปรุงอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ให้สูงขึ้นสู่ระดับประมาณ 30% จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการดำเนินงาน และลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของหนี้ลงกว่า 0.50% 

นายไมเคิล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจาก 3 กลยุทธ์ข้างต้น บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ด้านความยั่งยืนควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียนด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในหลายโครงการในไทยและมัลดีฟส์ ปัจจุบัน บริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมกว่า 2,676 กิโลวัตต์พีก (kWp) และในปีที่ผ่านมา สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้คิดเป็นกว่า 14% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด  ควบคู่กับการพัฒนาและยกระดับระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Efficiency Management) อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ควบคุมต้นทุนในระยะยาว 

อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือการรักษาสัดส่วนพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่โครงการในสินทรัพย์ของบริษัท โดยปัจจุบัน พี้นที่ทางทะเลในโครงการ CROSSROADS Maldives ซึ่งครอบคลุมกว่า 1.71 ล้านตารางเมตร คิดเป็น 18.9% ของพื้นที่ทางทะเลทั้งหมด ได้รับสถานะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ (Official Potential OECMs) เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตคุ้มครอง หรือ  Other Effective Area-based Conservation Measures (OECMs) สะท้อนบทบาทสำคัญของโครงการในกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ SHR  ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญ โดยถือเป็นโครงการแรกและโครงการเดียวจากบริษัทไทยที่ได้รับการยอมรับในสถานะอันทรงเกียรติดังกล่าว

นอกจากนี้ โรงแรมในเครือยังจัดกิจกรรมด้านความยั่งยืนมากมาย ที่เปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพัก รวมถึงชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วม พร้อมส่งเสริมความตระหนักรู้ในการดูแลสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศโดยรอบ สะท้อนบทบาทของ SHR ในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาอย่างรับผิดชอบในระดับสากล

“SHR กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ของการเติบโต ด้วยกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและทิศทางที่ชัดเจน เรามุ่งยกระดับคุณภาพพอร์ตโรงแรม ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง และเร่งขับเคลื่อนความสามารถในการทำกำไรให้ก้าวสู่ระดับที่เหนือกว่าเดิมอย่างยั่งยืน” นายไมเคิล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR เป็นบริษัทในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการและลงทุนในโรงแรมระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นการเติบโตทั้งจากการประกอบธุรกิจของตนเอง (Organic Growth) และการเข้าซื้อกิจการ (Inorganic Growth) ปัจจุบัน มีพอร์ตโฟลิโอโรงแรมครอบคลุม 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย มัลดีฟส์ ฟิจิ มอริเชียส และสหราชอาณาจักร รวมมากกว่า 11 แบรนด์ ภายใต้สินทรัพย์ 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ โรงแรมที่บริหารภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองคือ SAii Hotels & Resorts และ Santiburi โรงแรมภายใต้แบรนด์ Outrigger Hospitality Group โรงแรมในโครงการ CROSSROADS Maldives กลุ่มโรงแรมระดับ Upper-Midscale ในสหราชอาณาจักร และโรงแรมที่ดำเนินงานในรูปแบบกิจการร่วมค้า ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของบริษัท

#SHR #SinghaEstate
#สิงห์เอสเตท #ตลาดอสังหาริมทรัพย์
#ธุรกิจโรงแรม #การท่องเที่ยว 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ บริษัท อเกต คอมมิวนิเคชั่น จำกัด

คุณฌานิศ พึ่งใจ (ต้น) 081 558 6001, คุณจิรากุล (ตาล) 093 942 9442

Email: agatepr@gmail.com

####

เกี่ยวกับเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SET:SHR)

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) เป็นบริษัทในเครือของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) ดำเนินธุรกิจโรงแรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีผลการดำเนินงานโดดเด่นในปี 2566 นี้ โดยมีพอร์ตโฟลิโอของโรงแรมและรีสอร์ทที่มีมาตรฐานระดับโลกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารและลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทคุณภาพสูงในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วโลกผ่านแบรนด์ SAii ที่พัฒนาขึ้นมาเอง และการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งในตลาดของตน โดย บริษัทมีโรงแรมทั้งสิ้นจำนวน 33 แห่ง จำนวน 4,033 ห้อง ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลก ด้วยความแข็งแกร่งภายใต้การบริหารตามแนวทางของบริษัทแม่อย่าง สิงห์ เอสเตท ที่มุ่งเน้นการลงทุนที่หลากหลายเพื่อความสมดุลและการมุ่งเน้นการเติบโตแบบยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานมาโดยตลอดนี้ส่งผลให้ทางโรงแรมทั้ง7 แห่งในไทยและมัลดีฟส์ และ เดอะ มารีน่า แอท ครอสโร้ดส์ ได้รับมาตรฐาน Green Globe ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และแขกที่มาพักได้เป็นอย่างดี 

ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน Facebook, Instagram, YouTube, LinkedIn