FOLLOW THE S GROWTH JOURNEY success for SHR

ห้องสื่อมวลชน

มีบางสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นที่ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท
ดูสิ่งที่เราทำเมื่อเร็วๆ นี้ และติดต่อทีมงานประชาสัมพันธ์ของเราหากมีสิ่งใดที่เราสามารถช่วยเหลือได้

Highlight Clippings

14 May 2026

ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ เปิดมิติใหม่แห่งการเดินทาง “1 Journey, 3 Vibes”รวม 3 รีสอร์ท 3 สไตล์ไว้ในทริปเดียว

ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ (CROSSROADS Maldives) จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรแห่งแรกของมัลดีฟส์ เปิดตัวโปรแกรม 1 Journey, 3 Vibes ประสบการณ์การพักผ่อนรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสเอกลักษณ์ของ 3
รีสอร์ทไว้ในการเข้าพักเดียว พร้อมให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ แนวคิดของ 1 Journey, 3 Vibes เพื่อช่วยลดข้อจำกัดด้านการเดินทางระหว่างเกาะ โดยเชื่อมต่อทุกความต้องการของนักท่องเที่ยวไว้ภายในจุดหมายปลายทางเดียว ผู้เข้าพักจึงสามารถใช้เวลาทุกช่วงได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่จำเป็นต้องต่อเครื่องบินภายในประเทศหรือใช้บริการซีเพลนที่มีค่าใช้จ่ายสูง เพียงเดินทางด้วย
สปีดโบ๊ต 15 นาทีจากสนามบินนานาชาติเวลานา ก็สามารถเริ่มต้นวันพักผ่อนได้ทันที

แพ็คเกจ 1 Journey, 3 Vibes เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เลือกออกแบบแพ็กเกจการเข้าพักในสไตล์ตัวเองได้อย่างยืดหยุ่น โดยมีรีสอร์ททั้งหมด 3 แห่ง ที่มีบรรยากาศและเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงตอบโจทย์นักเดินทางทุกวัย ผู้เข้าพักสามารถเลือกแพ็กเกจพักผ่อน 9 คืน ครบทั้ง 3 รีสอร์ท หรือแพ็กเกจ 4 คืน ใน 2 รีสอร์ท โดยทุกแพ็กเกจรวมอาหารแบบ Full Board บริการรับส่งด้วยสปีดโบ๊ตไป-กลับ บัตเลอร์ส่วนตัว และ CROSSROADS Passport สุดพิเศษที่สามารถสะสมตราประทับจากแต่ละรีสอร์ท ตลอดการเดินทาง

การเข้าพักในโปรแกรม 1 Journey, 3 Vibes เริ่มที่ ทราย ลากูน มัลดีฟส์, คิวริโอ คอลเล็กชัน บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) รีสอร์ทที่เน้นการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมกิจกรรมเพื่อสุขภาพและการผ่อนคลาย ตั้งแต่โยคะยามเช้าไปจนถึงการเล่นพาเดลเทนนิสริมทะเล ก่อนเปลี่ยนจังหวะสู่ความสนุกมีชีวิตชีวาที่ โรงแรม ฮาร์ดร็อค โฮเทล มัลดีฟส์  (Hard Rock Hotel Maldives) ซึ่งโดดเด่นด้วยบรรยากาศคึกคักของดนตรี ผ่านโปรแกรม Sound of Your Stay อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ฮาร์ดร็อค และปิดท้ายการเดินทางที่ โซ/ มัลดีฟส์ (SO/ Maldives) รีสอร์ทสุดล้ำที่นำเสนอไลฟ์สไตล์หรูร่วมสมัย ผ่านงานดีไซน์อันโดดเด่น วิลล่ากลางน้ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางสายแฟชั่นและลักซ์ชูรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มร. อเล็กซานเดอร์ เทรเกอร์ ผู้จัดการทั่วไปของทราย ลากูน มัลดีฟส์ และ เดอะ มารีน่า แอท ครอสโร้ดส์ กล่าวว่า “นักเดินทางยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคู่ฮันนีมูนหรือครอบครัวต่างต้องการความหลากหลายแต่ต้องไม่ยุ่งยาก แนวคิดใหม่นี้ ช่วยแก้ปัญหาสำคัญของการท่องเที่ยวมัลดีฟส์มาอย่างยาวนาน นั่นคือความต้องการสัมผัสหลายรีสอร์ทโดยไม่เสียเวลา ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือความซับซ้อนจากการเดินทางระหว่างเกาะ แค่การจองเพียงครั้งเดียว  ผู้เข้าพักก็สามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์มัลดีฟส์ได้ครบทุกมิติ”

เดอะ มารีน่า แอท ครอสโร้ดส์ (The Marina @ CROSSROADS) เป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์ที่ เชื่อมต่อรีสอร์ททั้ง 3 แห่งเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมช่วยเพิ่มมิติให้กับการท่องเที่ยวในมัลดีฟส์ โดยผู้เข้าพักสามารถเลือกรับประทานอาหารจากร้านอาหารมากกว่าสิบแห่ง รวมถึงร้านชื่อดังระดับโลกอย่าง Ministry of Crab และ Hard Rock Cafe Maldives พร้อมเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล และ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมมัลดีฟส์ (Marine and Maldives Discovery Centres) ตลอดจนใช้เวลาผ่อนคลายกับสปา ช้อปปิ้งในร้านค้า หรือให้เด็ก ๆ สนุกสนานกับกิจกรรมภายในคิดส์คลับได้ตลอดวัน

โปรแกรม 1 Journey, 3 Vibes มาพร้อมทางเลือกการเข้าพักที่หลากหลายและยืดหยุ่น เริ่มต้นด้วยแพ็กเกจ Standard ราคาเริ่มต้นที่ 7,780 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการพักผ่อน 9 คืน โดยรวมการเข้าพักรีสอร์ทละ 3 คืน ในห้อง SAii Beach Room, Hard Rock Gold Beach Pool Villa และ SO/ Maldives Ocean Water Pool Villa ขณะที่แพ็กเกจ Premium ราคาเริ่มต้นที่ 8,880 ดอลลาร์สหรัฐ จะยกระดับประสบการณ์ด้วยพูลวิลล่าสุดหรู ได้แก่ SAii Beach Villa with Pool, Hard Rock Platinum Overwater Pool Villa และ SO/ Maldives Ocean Water Pool Villa อย่างละ 3 คืน นอกจากนี้ ยังมีแพ็กเกจแบบ 4 คืน 2 รีสอร์ท สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเลือกสัมผัสครบทั้ง 3 รีสอร์ท หรือเลือกพักผ่อนในรูปแบบที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง ทุกแพ็กเกจได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถออกแบบทริปการพักผ่อนได้อย่างอิสระและไร้รอยต่อ

โปรแกรม 1 Journey, 3 Vibes เปิดให้สำรองห้องพักตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 สำหรับการเข้าพักภายในวันที่ 20 ธันวาคม 2569 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ rsvn.lagoon@saiihotels.com หรือทาง Facebook: facebook.com/saiilagoonmaldives

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม https://shorturl.at/wIIwX

-จบ-

เกี่ยวกับ ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์

ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ คือจุดหมายปลายทางพักผ่อนแบบครบวงจรแห่งแรกของมัลดีฟส์ ผสานความลักซ์ชูรีและไลฟ์สไตล์อันทันสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมมอบประสบการณ์วันหยุดในพื้นที่ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในมหาสมุทรอินเดีย เพียง 15 นาทีจากท่าอากาศยานนานาชาติเวลานาและเมืองมาเล่ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสมากกว่าประสบการณ์ ‘หนึ่งเกาะ หนึ่งรีสอร์ท’ แบบเดิม แต่ก้าวเข้าสู่ปลายทางไลฟ์สไตล์ครบวงจรอย่างแท้จริง ที่นี่ประกอบด้วยรีสอร์ท 3 แห่ง ได้แก่ SAii Lagoon Maldives, Hard Rock Hotel Maldives และ SO/ Maldives พร้อมท่าจอดเรือยอชต์ได้ถึง 30 ลำ ร้านอาหารระดับตำนานอย่าง Hard Rock Cafe พื้นที่ช้อปปิ้งและร้านอาหารนานาชาติอันหลากหลาย กิจกรรมท่องเที่ยวผจญภัย และประสบการณ์สปาแสนผ่อนคลาย ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของวันหยุดรูปแบบใหม่ที่สะท้อนความโมเดิร์นของมัลดีฟส์ยุคปัจจุบัน โครงการนี้พัฒนาโดยบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่จากทั่วโลก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.crossroadsmaldives.com

เกี่ยวกับเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SET:SHR)

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) เป็นบริษัทในเครือของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) ดำเนินธุรกิจโรงแรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีผลการดำเนินงานโดดเด่นในปี 2566 นี้ โดยมีพอร์ตโฟลิโอของโรงแรมและรีสอร์ทที่มีมาตรฐานระดับโลกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารและลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทคุณภาพสูงในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วโลกผ่านแบรนด์ SAii ที่พัฒนาขึ้นมาเอง และการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งในตลาดของตน โดยในปี 2567  บริษัทมีโรงแรมทั้งสิ้นจำนวน 38 แห่ง จำนวน 4,552 ห้อง ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลก ด้วยความแข็งแกร่งภายใต้การบริหารตามแนวทางของบริษัทแม่อย่าง สิงห์ เอสเตท ที่มุ่งเน้นการลงทุนที่หลากหลายเพื่อความสมดุลและการมุ่งเน้นการเติบโตแบบยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานมาโดยตลอดนี้ส่งผลให้ทางโรงแรมทั้ง 5 แห่งในไทยและมัลดีฟส์ และ เดอะ มารีน่า แอท ครอสโร้ดส์ ได้รับมาตรฐาน Green Globe ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และแขกที่มาพักได้เป็นอย่างดี

ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน Facebook, Instagram, YouTube, LinkedIn

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

ลลิตา สมบูรณ์สุข (ตา)

Senior Manager - Corporate Marketing Communications

S Hotels & Resorts | Singha Estate PCL

อีเมล: lalita.s@shotelsresorts.com

13 May 2026

สันติบุรี เกาะสมุย เปิดตัวแพ็กเกจ Moments of Romanceชวนคู่รักสัมผัสช่วงเวลาแสนพิเศษ พร้อมกิจกรรมล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก

สันติบุรี เกาะสมุย (Santiburi Koh Samui) รีสอร์ทสุดหรูบนพื้นที่กว่า 58 ไร่ โอบล้อมด้วยสวนเขียวขจีและบ่อบัวอันเงียบสงบ เปิดตัวแพ็กเกจ Moments of Romance เพื่อให้คู่รักได้ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ ความสงบ และการพักผ่อนอย่างเหนือระดับ ตั้งแต่วิลล่าส่วนตัวสุดเงียบสงบ กิจกรรมล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกเหนืออ่าวไทย ไปจนถึงทรีตเมนต์สปาคู่รัก ทุกองค์ประกอบของแพ็คเกจ ล้วนออกแบบมาเพื่อมอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ทั้งร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

สันติบุรี เกาะสมุย ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตอนเหนืออันเงียบสงบของเกาะสมุย รีสอร์ทประกอบด้วยพูลวิลล่าสุดหรูที่รังสรรค์อย่างประณีต ทั้งในสไตล์ไทยร่วมสมัยและดีไซน์โมเดิร์นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ซึ่งมอบความผ่อนคลายในบรรยากาศเป็นส่วนตัว ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และผืนน้ำที่สะท้อนแสงอย่างสวยงาม เพื่อให้ทุกช่วงเวลาร่วมกันเต็มไปด้วยความพิเศษอย่างแท้จริง

แพ็กเกจ Moments of Romance โดดเด่นด้วย Santiburi Explorer Sundown Cruise กิจกรรมล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกที่ให้บริการทุกวันศุกร์ พร้อมพาทุกท่านสัมผัสทั้งความงดงามของท้องทะเลยามเย็นและเสน่ห์ของวิถีชีวิตบนเกาะสมุยในช่วงค่ำ การเดินทางเริ่มต้นในช่วงเวลาที่แสงสีทองของอาทิตย์อัสดงสะท้อนระยิบระยับเหนือผืนน้ำ โดยผู้เข้าพักจะออกเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ตจากชายหาดหน้า The Beach House มุ่งหน้าสู่น่านน้ำอันเงียบสงบใกล้เกาะส้ม ท่ามกลางสายลมทะเลอ่อน ๆ และวิวเส้นขอบฟ้าที่แต่งแต้มด้วยสีสันของยามอาทิตย์ลับฟ้า พร้อมเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มเย็น ๆ และคานาเป้
โฮมเมด หลังจากล่องเรือกลับเข้าสู่ฝั่ง คู่รักสามารถเดินทางต่อไปยังถนนคนเดิน Fisherman’s Village เพื่อใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน ท่ามกลางร้านบูติก คาเฟ่ และสตรีทฟู้ดท้องถิ่น พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของย่านประวัติศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะสมุยในบรรยากาศยามค่ำคืน

แพ็กเกจ Moments of Romance ยังรวมทรีตเมนต์เพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจระยะเวลา 90 นาทีสำหรับสองท่าน ณ ห้อง ทรีตเมนต์คู่รักของ สันติบุรี สปา (Santiburi Spa) สปาระดับรางวัลของรีสอร์ท เพื่อสร้างสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า และส่วนลด 20% สำหรับห้องอาหารและทรีตเมนต์สปาเพิ่มเติม

ผู้เข้าพักที่สำรองห้องพักผ่านเว็บไซต์ทางการของรีสอร์ทโดยตรง รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% สำหรับสมาชิก SAii DISCOVERY โดยราคาเริ่มที่ 18,000 บาทต่อคืน สำหรับการเข้าพักแบบวิลล่าสำหรับ 2 ท่าน โดยมีกำหนดเข้าพักขั้นต่ำ 3 คืน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ https://shorturl.at/yAnZi หรือโทร. +66 (0) 77 425 031

###

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือภาพถ่ายความละเอียดสูง กรุณาติดต่อ
ลลิตา สมบูรณ์สุข (ตา)
Senior Manager - Corporate Marketing Communications, S Hotels & Resorts
โทร: 02 058-9888 ต่อ 320
อีเมล: lalita.s@shotelsresorts.com
เว็บไซต์: www.santiburisamui.com

เกี่ยวกับ สันติบุรี เกาะสมุย

สันติบุรี เกาะสมุย ตั้งอยู่บนหาดอันเงียบสงบที่ทอดยาวกว่า 300 เมตร ให้บริการวิลล่าและห้องสวีทอันหรูหรา เป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับคู่รักและครอบครัว ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ความบันเทิง และสิทธิพิเศษในการเข้าใช้ “สันติบุรีสมุยคันทรีคลับ” สนามกอล์ฟระดับแชมป์ 18 หลุม ภายในรีสอร์ทยังมี Santiburi Spa ระดับไฮเอนด์ แคมป์จูเนียร์ที่น่าดึงดูดใจ และกีฬาทางน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ การพายเรือคายัค การดำน้ำตื้น และการแล่นเรือใบ ด้านอาหารเลิศรส ผู้เข้าพักสามารถเลือกร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์หลากหลาย ทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.santiburisamui.com

เกี่ยวกับบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วโดยได้แรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจจากความเป็นไทย ถือครองพอร์ตโฟลิโอระดับนานาชาติ มาพร้อมมาตรฐานระดับโลกในการให้บริการ บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและการลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทศักยภาพในจุดหมายปลายทางที่น่าปรารถนาทั่วโลก โดยได้สร้างสรรค์คอลเลกชันของแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมโรงแรมอีกด้วย บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการพักผ่อน และไลฟ์สไตล์ผ่านแพลตฟอร์มธุรกิจที่หลากหลาย และเพิ่มมูลค่าให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยยึดหลักปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมอบประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่น ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน FacebookInstagramYouTubeLinkedIn

27 April 2026

SHR จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เคาะจ่ายปันผลปี 2568 ที่ 0.07 บาท/หุ้น

                        หลังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับพอร์ตสู่การเติบโตยั่งยืน

กรุงเทพฯ ประเทศไทย –  บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts PCL.: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (Singha Estate PCL.: S) นำโดยดร. ชญานิน เทพาคำ ประธานกรรมการ นายบริวัฒน์ ปิ่นประดับ ประธานคณะกรรมการบริหาร และนาย                ไมเคิล เดวิท มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะกรรมการ จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยมีวาระสำคัญเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการประจำปี 2568

นายไมเคิล เดวิท มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวภายหลังการประชุมว่า “ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในหลายด้าน โดยสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มอัตราการทำกำไร และลดค่าใช้จ่ายทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้บริษัทฯ สามารถรายงานกำไรปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่จำนวน 615 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบ 3 เท่า

ดังนั้นจึงส่งผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท รวมเป็นเงินจ่ายทั้งสิ้น 251,554,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.67 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ โดยในจำนวนนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.015 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 10 กันยายน 2568 ดังนั้นส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท บริษัทฯจะดำเนินการจ่าย โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ต่อไป”

ในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยมุ่งยกระดับพอร์ตการลงทุน ควบคู่กับการหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) โดยมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงมากกว่าการขยายเชิงปริมาณ พร้อมแผนปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักร 2 แห่งในเมือง Manchester และ Glasgow เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แบรนด์ lyf ของ The Ascott Limited พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มุ่งเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และอัตราการเข้าพัก

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ผ่านการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่ม บริการสปา และกิจกรรมที่หลากหลาย ควบคู่กับการต่อยอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ SAii Hotels & Resorts พร้อมขยายศักยภาพการให้บริการเพื่อรองรับตลาด MICE และการจัดงานแบบครบวงจร เพื่อผลักดันรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ห้องพัก ตลอดจนยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ผ่านการรับรอง EIC Certificate ในโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ

“ผลประกอบการในปี 2568 ตอกย้ำแนวทางการบริหารงานที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปี 2568 สามารถเพิ่มจำนวนเงินปันผลจ่ายได้สูงขึ้นกว่าปีก่อนกว่าเท่าตัว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่บริษัทฯ เคยประกาศจ่ายเงินปันผลมา สำหรับปี 2569 บริษัทฯยังคงเดินหน้ารักษามาตรฐานการดำเนินงานในระดับสูง พร้อมเร่งขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างโปร่งใส่ และและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน” นายไมเคิลกล่าว

####