FOLLOW THE S GROWTH JOURNEY success for SHR

ห้องสื่อมวลชน

มีบางสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นที่ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท
ดูสิ่งที่เราทำเมื่อเร็วๆ นี้ และติดต่อทีมงานประชาสัมพันธ์ของเราหากมีสิ่งใดที่เราสามารถช่วยเหลือได้

Highlight Clippings

22 July 2026

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดตัว SunRay Social & Swim Club เดย์คลับคอนเซ็ปต์ใหม่ ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ตามจังหวะของแสงอาทิตย์

พร้อมปักหมุดแห่งแรกที่ ทราย เกาะสมุย วิลล่าส์ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด  (มหาชน) หรือ SHR ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติที่มีความโดดเด่นด้านด้านไลฟ์สไตล์และการดูแลสุขภาพ เปิดตัวSunRay Social & Swim Club เดย์คลับใหม่ล่าสุด ผสมผสานการสังสรรค์ อาหารและเครื่องดื่มที่ให้บริการตลอดวัน และกิจกรรมริมสระว่ายน้ำและชายหาดที่เต็มไปด้วยสีสัน  เพื่อมอบมิติใหม่แห่งการพักผ่อนให้แก่ผู้เข้าพัก โดยเริ่มเปิดให้บริการ ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ที่ ทราย เกาะสมุย วิลล่าส์ (SAii Koh Samui Villas) รีสอร์ทสำหรับผู้ใหญ่ (Adult-only) ของแบรนด์ SAii โดย SunRay แห่งแรกนี้เปิดให้บริการสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ  เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่มีความหมาย และเอื้อต่อการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน

SunRay Social & Swim Club ออกแบบขึ้นเพื่อตอบรับเทรนด์การท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาคุณภาพในช่วงเวลากลางวันมากกว่าความบันเทิงยามค่ำคืน ถ่ายทอดแนวคิดการสังสรรค์ริมชายหาดในรูปแบบใหม่ที่ดำเนินไปตามจังหวะของแสงอาทิตย์ มากกว่าความคึกคักของไนต์ไลฟ์ พร้อมชวนผู้เข้าพักใช้เวลาร่วมกันอย่างผ่อนคลายริมสายน้ำ ผ่านกิจกรรมที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ดนตรี อาหาร และบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งฟังแผ่นเสียง เล่นบอร์ดเกม หรือแช่น้ำคลายร้อนริมสระ

SunRay นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่ดำเนินไปตามช่วงเวลาของวัน ผ่าน 4 บรรยากาศหลักที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนตัวของแสงอาทิตย์ ตั้งแต่ยามเช้าจนถึงช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า โดยเน้นให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และปล่อยให้วันดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ ในบรรยากาศเดย์คลับที่ให้ความสำคัญกับความรื่นรมย์และการพักผ่อนเป็นหัวใจสำคัญ

เริ่มต้นวันกับ First Light ช่วงเวลาแห่งความสงบที่เปิดรับแสงแรกของวัน ผ่านกิจกรรมเพื่อสุขภาพ อาทิ โยคะและพิลาทิส สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดชื่น ก่อนเข้าสู่ Morning Drift ที่ชวนให้ผู้เข้าพักค่อย ๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศริมสระ ผ่านห่วงยางหลากสีสัน บอร์ดเกม และมุมฟังเพลงที่จัดขึ้นร่วมกับ Gadhouse แบรนด์เครื่องเล่นแผ่นเสียงสัญชาติไทยชื่อดัง ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ย้อนยุค โดยนำเครื่องเล่นแผ่นเสียงรุ่น Henry หูฟัง Wesley ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 80 และคลังแผ่นเสียงที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันมาให้บริการ พร้อมเพลย์ลิสต์พิเศษจาก Gadhouse ที่อัพเดตทุกวันเสาร์ ให้เข้ากับบรรยากาศริมทะเลอย่างลงตัว

เมื่อเข้าสู่ช่วง Peak Sun มอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันของการพบปะสังสรรค์ พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม และช่วงเวลาแห่งการแบ่งปัน เมนูอาหารออกแบบให้รับประทานได้อย่างสบายริมสระ รวบรวมทั้งอาหารสไตล์คอมฟอร์ตฟู้ดจากหลากหลายประเทศ เมนูซิกเนเจอร์ของ SunRay และอาหารท้องถิ่น เหมาะสำหรับการรับประทานแบบแชร์ร่วมกัน ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำริมทะเล ขณะที่เมนูเครื่องดื่มนำเสนอค็อกเทลที่ให้ความสดชื่นและเครื่องดื่มที่เหมาะกับบรรยากาศกลางแจ้ง พร้อมช่วง Happy Hour ทุก

วัน ระหว่างเวลา 15.00–17.00 น. เพื่อต้อนรับช่วงเวลาสีทองก่อนพระอาทิตย์ตก

นอกจากนี้ ยังสามารถสนุกสนานกับกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่เกมริมสระ ไพ่อูโน่กันน้ำ ไปจนถึงกิจกรรม DIY ที่ทั้งสร้างสรรค์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบให้ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยตารางเวลา เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ใช้เวลาอย่างอิสระ ค่อย ๆ ดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาตามจังหวะของตัวเอง

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ก็ถึงเวลาของ Golden Hour ช่วงเวลาที่บรรยากาศค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่การพักผ่อนยามเย็น เคล้าด้วยบีตนุ่ม ๆ และบทเพลงที่บรรเลงรับแสงสุดท้ายของวัน เติมเต็มค่ำคืนด้วยกิจกรรมความบันเทิงที่หมุนเวียนตลอดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงควงไฟทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ การแสดงสดจากดีเจและแซกโซโฟนทุกวันพุธ พฤหัสบดี และวันเสาร์ รวมถึงการแสดงร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแม่ไม้มวยไทยทุกวันเสาร์

หลังจากเปิดตัวที่เกาะสมุยในเดือนสิงหาคมนี้ SunRay Social & Swim Club เตรียมเปิดให้บริการเพิ่มอีก 2 แห่งในเดือนตุลาคม ได้แก่ รีสอร์ตในเครือ SAii ที่จังหวัดภูเก็ตและประเทศมัลดีฟส์

มร. ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “SunRay ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ SHR ในการพัฒนาสู่การเป็นธุรกิจบริการที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจ เราต้องการสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ใช้เวลาร่วมกันในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัน ผ่านอาหาร ดนตรี และบรรยากาศที่ดำเนินไปตามจังหวะของธรรมชาติ มากกว่าการยึดติดกับเวลา SunRay จึงสะท้อนความเรียบง่าย เป็นกันเอง และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลาย ใช้ชีวิตอย่างสบาย และดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของวันอย่างแท้จริง”

สมาชิก SAii DISCOVERY รับสิทธิ์พิเศษซื้อ SunRay Day Pass ในราคา 1,500 บาท พร้อมสิทธิ์เข้าใช้สระว่ายน้ำ เข้าร่วมกิจกรรมซิกเนเจอร์ของ SunRay และรับเครดิตสำหรับอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 2,000 บาท เพื่อใช้ได้ตลอดทั้งวัน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอินสตาแกรม: @sunraysocialswimclub

- จบ -

เกี่ยวกับ ทราย โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

ทราย โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท แบรนด์รีสอร์ทแนวคิดไลฟ์สไตล์และความยั่งยืนระดับบน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย ในเครือ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มุ่งนิยามใหม่ให้กับความหรูหราที่เข้าถึงได้ โดยมอบความสงบภายในให้กับผู้มาเยือนในแบบเฉพาะบุคคล ผ่านการบริการด้วยหัวใจ สภาพแวดล้อมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ประสบการณ์ที่มีคุณค่า และการให้ความสำคัญอย่างลึกซึ้งกับความยั่งยืน

ทราย โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เป็นสมาชิกของกลุมพันธมิตรโรงแรมสากล Global Hotel Alliance (GHA) และเข้าร่วมโปรแกรมสะสมคะแนน GHA DISCOVERY

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ saiihotels.com หรือ ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, Instagram, YouTube และ LinkedIn

เกี่ยวกับเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SET:SHR)

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) เป็นบริษัทในเครือของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) ดำเนินธุรกิจโรงแรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีผลการดำเนินงานโดดเด่นในปี 2569 นี้ โดยมีพอร์ตโฟลิโอของโรงแรมและรีสอร์ทที่มีมาตรฐานระดับโลกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารและลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทคุณภาพสูงในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วโลกผ่านแบรนด์ SAii ที่พัฒนาขึ้นมาเอง และการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งในตลาดของตน โดย บริษัทมีโรงแรมทั้งสิ้นจำนวน 33 แห่ง จำนวน 4,033 ห้อง ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลก ด้วยความแข็งแกร่งภายใต้การบริหารตามแนวทางของบริษัทแม่อย่าง สิงห์ เอสเตท ที่มุ่งเน้นการลงทุนที่หลากหลายเพื่อความสมดุลและการมุ่งเน้นการเติบโตแบบยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานมาโดยตลอดนี้ส่งผลให้ทางโรงแรมทั้ง7 แห่งในไทยและมัลดีฟส์ และ เดอะ มารีน่า แอท ครอสโร้ดส์ ได้รับมาตรฐาน Green Globe ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และแขกที่มาพักได้เป็นอย่างดี

ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน Facebook, Instagram, YouTube, LinkedIn

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

ลลิตา สมบูรณ์สุข (ตา)

Senior Manager - Corporate Marketing Communications

S Hotels & Resorts | Singha Estate PCL

อีเมล: lalita.s@shotelsresorts.com

โทร: 02 058-9888 ต่อ 320

20 July 2026

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 2 ปี 9 เดือน ดอกเบี้ย [4.40% – 4.60%] ต่อปีคาดเสนอขาย 14 – 16 กันยายน 2569

นับเป็นโอกาสการลงทุนในหุ้นกู้ของธุรกิจโรงแรมที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว เช่นเดียวกับหุ้นกู้ของบริษัทแม่ “สิงห์ เอสเตท” ที่ได้การตอบรับเป็นอย่างดี

กรุงเทพฯ 20 กรกฎาคม 2569 : บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ “SHR” บริษัทในเครือ “สิงห์ เอสเตท” เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป โดยปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลตราสารหนี้ (filing) เพื่อเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ย [4.40% - 4.60%] ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนจะกำหนดในภายหลัง) โดยหุ้นกู้ดังกล่าวจะชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน กำหนดจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท ทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท และคาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 14 - 16 กันยายน 2569ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่ระดับ “BBB-” ซึ่งเป็น “ระดับลงทุน” (Investment grade) ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรอยู่ที่ระดับ “BBB” แนวโน้ม “Stable” โดยทริสเรทติ้งระบุว่า อันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ จากการทยอยรับรู้ผลของโครงการยกระดับสินทรัพย์ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ ยกระดับอัตราค่าห้องพัก และสนับสนุนความสามารถในการทำกำไร อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงของผลการดำเนินงานในระยะยาว

Michael Marshall - a director at S Hotels and Resorts

นายไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดเผยว่า “การเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีแผนนำเงินที่ได้รับไปใช้ชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอน รวมทั้งเพื่อรองรับการลงทุนสำหรับการปรับปรุง (Major Renovation) ของโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อยกระดับคุณภาพสินทรัพย์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของ SHR ได้เป็นอย่างดี ด้วยรายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรมและบริการรวม 2,634 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 264 ล้านบาท เติบโต 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำความสามารถในการสร้างการเติบโตและยกระดับความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง

แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอกยังคงมีความผันผวน แต่ SHR ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวผ่านการบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการทยอยรับรู้ผลจากโครงการยกระดับสินทรัพย์ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพในการสร้างรายได้และการทำกำไร รวมถึงการดำเนินกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่ยืดหยุ่น การกระจายฐานลูกค้าอย่างสมดุล และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว

เราเชื่อมั่นว่าพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน และผลักดันการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ SHR กล่าวเพิ่มเติมว่า หุ้นกู้ SHR ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนระดับ Investment Grade จากธุรกิจโรงแรมที่มีพอร์ตการลงทุนหลากหลาย และมีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว โดยบริษัทฯ เป็นหนึ่งในบริษัทหลักของกลุ่มสิงห์ เอสเตท ซึ่งก่อนหน้านี้ หุ้นกู้ของ “สิงห์ เอสเตท” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ลงทุน

ทั้งนี้ หุ้นกู้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท คาดว่าจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนในระหว่างวันที่ 14 - 16 กันยายน 2569 ผ่าน 5 สถาบันการเงินชั้นนำได้แก่

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111 โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Money Connect by Krungthai บนแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-796-0011
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร 02-680-4004
  • บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 0-2695-5555
  • บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-055-5100

ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากร่างหนังสือชี้ชวน ได้ที่ www.sec.or.th

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

****************************************

เกี่ยวกับเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SET:SHR)

บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) เป็นบริษัทในเครือของบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (SET: S) ดำเนินธุรกิจโรงแรมที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีพอร์ตโฟลิโอของโรงแรมและรีสอร์ทที่มีมาตรฐานระดับโลกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารและลงทุนในโรงแรมและรีสอร์ทคุณภาพสูงในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วโลกผ่านแบรนด์ SAii ที่พัฒนาขึ้นมาเอง และการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งในตลาดของตน ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโรงแรมทั้งสิ้นจำนวน 33 แห่ง จำนวน 4,035 ห้อง ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลก ด้วยความแข็งแกร่งภายใต้การบริหารตามแนวทางของบริษัทแม่อย่าง สิงห์ เอสเตท ที่มุ่งเน้นการลงทุนที่หลากหลายเพื่อความสมดุลและการมุ่งเน้นการเติบโตแบบยั่งยืนเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานมาโดยตลอดนี้ส่งผลให้ทางโรงแรม 6 แห่งในไทยและมัลดีฟส์ และ เดอะ มารีน่า แอท ครอสโร้ดส์ ได้รับมาตรฐาน Green Globe ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และแขกที่มาพักได้เป็นอย่างดี

ค้นพบข้อมูลเพิ่มได้ที่ www.shotelsresorts.com หรือติดตามเราบน Facebook, Instagram, YouTube, LinkedIn

เกี่ยวกับ สิงห์ เอสเตท (SET:S)

บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนระดับสากล ที่มุ่งสร้างความหลากหลายของธุรกิจและพัฒนาโครงการพร้อมการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำรวมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเติบโตที่ยั่งยืน และส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รับผิดชอบต่อสังคมบนหลักธรรมาภิบาล ภายใต้วิสัยทัศน์ “Entrusted and Value Enricher”  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://investor.singhaestate.co.th/th/home

A resort by the beach next to the clear water
18 May 2026

SHR เปิดปีแข็งแกร่ง กำไร Q1 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับแรงหนุนจากช่วง High Season โรงแรมไทย-มัลดีฟส์โตต่อเนื่อง

A resort by the beach next to the clear water

กรุงเทพฯ ประเทศไทย –  บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts PCL.: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (Singha Estate PCL.: S) รายงานผลประกอบการ ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 264 ล้านบาท เติบโตขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขับเคลื่อนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงฤดูท่องเที่ยวของกลุ่มโรงแรมหลักทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐมัลดีฟส์

สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรมและบริการรวมจำนวน 2,634 ล้านบาท โดยโรงแรมในประเทศไทยยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญ ซึ่งในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทฯยังคงสามารถรักษาอัตราการเข้าพักรวมได้ในระดับสูงถึง 87% ขณะที่สามารถยกระดับอัตราห้องพัก (ADR) ให้สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 9% สู่ระดับราคา 13,951 บาท ทั้งนี้โรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต ยังคงมีผลการดำเนินงานที่โดนเด่นด้วยรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) เพิ่มสูงขึ้นถึง 19% อยู่ที่ 13,114 บาท และยังคงรักษาดัชนีการสร้างรายได้ หรือ RGI ได้ในลำดับที่ 1 ต่อเนื่อง  ขณะที่กลุ่มโรงแรมในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ยังคงมีอัตราการเข้าพักในช่วงไตรมาส 1 อยู่ในระดับสูงที่ 89% และมีอัตราห้องพักปรับตัวสูงขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสร้างผลกระทบต่อการเดินทางและก่อให้เกิดความกังวลในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลกในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  ทั้งนี้ นอกจากกลุ่มโรงแรมหลักที่อยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว บริษัทฯยังได้ดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มโรงแรมที่อยู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน โดยสามารถขยายสัดส่วนฐานลูกค้าจีนได้เพิ่มขึ้นในโรงแรม Castaway Island, Fiji ส่งผลให้สามารถปรับเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ได้ 5% ที่ระดับ 740 ฟิจิดอลลาร์ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูมรสุมของปี

นาย ไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “สำหรับไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัทฯ สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามกลยุทธ์ที่บริษัทฯได้วางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการสร้างแบรนด์และการตลาดที่ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม High-Spending และการขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในแง่ของการดำเนินงานก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพให้ดีขึ้นอันสะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 40.9% จาก 39.6% ในปีก่อน ผนวกกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เรายังคงบริหารและดำเนินการเจรจากับสถาบันทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้อีก 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ในไตรมาสนี้เราสามารถรายงานกำไรประจำไตรมาส 1 สูงสุดใหม่ที่ระดับ 264 ล้านบาท

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น แต่ละภูมิภาคที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ คาดว่าจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันออกไป ในไตรมาส 2 นี้ อาจเริ่มเห็นแรงกดดันต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่ปรับตัวสูงขึ้นในบางส่วนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มโรงแรมที่อยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 2 อาทิ กลุ่มโรงแรมในสาธารณรัฐฟิจิ และสหราชอาณาจักร คาดว่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด จากฐานลูกค้าหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) และนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้ยังมีแนวโน้มรักษาการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ได้อย่างต่อเนื่อง”

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โรงแรม The Grand Hotel Leicester by The Unlimited Collection ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายหลังจากการปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์เพื่อยกระดับฐานะทางการตลาดให้สูงขึ้น โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับมาเป็นที่น่าพอใจภายหลังกลับเข้าสู่ช่วงการดำเนินงานปกติไปแล้ว เช่นเดียวกันกับโรงแรม Mount Royal Hotel Edinburgh by The Unlimited Collection ที่ในไตรมาส1 ที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) โตสูงขึ้นกว่า 50% ที่ระดับ 73 ปอนด์ นอกจากนี้ โรงแรมในเมือง Manchester และ Glasgow อยู่ระหว่างการปรับปรุงและเปลี่ยน
แบรนด์เป็น lyf ซึ่งเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ และสอดรับกับทำเลใจกลางเมืองของทั้งสองแห่ง โดยยังคงเปิดให้บริการบางส่วน ควบคู่กับการปรับปรุงตามแผนงานที่วางไว้

“สงครามตะวันออกกลาง ถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันภาพรวมของการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งนี้เราเน้นการดำเนินงานให้มีความระมัดระวังยิ่งขึ้น พร้อมวางกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุก เร่งหากลุ่มตลาดทดแทน รวมถึงยังคงมุ่งบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ เชื่อว่าการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2569 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” นายไมเคิล เดวิด มาร์แชล กล่าวเสริม