| เป้าหมาย | ผลการดำเนินงาน |
| • จำนวนคู่ค้า ร้อยละ 100 ได้รับการสื่อสารนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และจรรยาบรรณคู่ค้าคู่ธุรกิจ • คู่ค้า ร้อยละ 100 ผ่านประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล) จำนวนข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนจรรยาบรรณคู่ค้าคู่ธุรกิจ เป็นศูนย์ | • คู่ค้า ร้อยละ 100 ได้รับสื่อสารนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน และจรรยาบรรณคู่ค้า • ไม่พบข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนจรรยาบรรณคู่ค้า • คู่ค้า ร้อยละ 100 ผ่านประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล) และไม่มีคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในระดับสูง • ESG on-site audit คู่ค้ารายสำคัญจำนวน 1 ราย |
การบริหารห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เป็นเพียงการป้องกันความเสี่ยง แต่คือการเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส เราบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้ากับทุกขั้นตอนของการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการหยุดชะงักของอุปทาน การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ หรือความคาดหวังด้าน ESG ที่เพิ่มสูงขึ้นจากลูกค้าและนักลงทุน
ปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้เราทำงานใกล้ชิดกับคู่ค้ามากขึ้น จัดหาอย่างรับผิดชอบมากขึ้น และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรในระยะยาว
เราเชื่อว่าทุกการตัดสินใจจัดซื้อควรสะท้อนถึงคุณค่าที่เรายึดมั่น นโยบายการจัดซื้อของเราจึงผสานมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมไว้ในกระบวนการตัดสินใจตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เพิ่มเติมในภายหลัง รวมถึงให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความยั่งยืน และมาจากแหล่งในท้องถิ่น โดยเฉพาะอาหารและวัตถุดิบที่สนับสนุนแนวคิดฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร พร้อมทั้งสร้างรายได้และโอกาสให้กับชุมชน
ทุกการตัดสินใจดำเนินไปบนหลักความเหมาะสม ความคุ้มค่า และความโปร่งใส โดยบริษัทไม่ยอมรับผลประโยชน์ทับซ้อนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในทุกกรณี
ในปี 2568 บริษัทมีการจัดซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากชุมชนเป็นมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากห่วงโซ่อุปทาน
คู่ค้าเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลก บริษัทจึงให้ความสำคัญและมีความคาดหวังในมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างสูง โดยคู่ค้าทุกรายต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องของบริษัทอย่างเคร่งครัด สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงข้อกำหนด แต่เป็นพันธสัญญาร่วมกันในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและ
สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บริษัทจึงบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคู่ค้าผ่านกระบวนการประเมินความสอดคล้องกับจรรยาบรรณอย่างสม่ำเสมอ โดยครอบคลุมทั้งก่อนและหลังการเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ประเด็นสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญ ได้แก่:
เราแบ่งคู่ค้ารายสำคัญออกเป็น 2 กลุ่มหลัก เนื่องจากคู่ค้าแต่ละรายมีบทบาทและความสำคัญต่อธุรกิจแตกต่างกัน
Critical Tier 1 คือคู่ค้าที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานหลักของเรา โดยต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อ ได้แก่
Key Supplier คือคู่ค้าที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเรา
ในปี 2568 เรามีคู่ค้าในกลุ่ม Critical Tier 1 จำนวน 4 ราย และ Key Supplier จำนวน 4 ราย ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญทั้งต่อการดำเนินธุรกิจและการขับเคลื่อนความยั่งยืนของเรา
SHR ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อทำความเข้าใจประเด็น ESG ที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย โดยพิจารณาอย่างรอบด้านในประเด็นสำคัญ อาทิ การปฏิบัติตามกฎหมาย การจัดการสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติต่อแรงงาน สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ตลอดจนจริยธรรมทางธุรกิจ
การตรวจประเมินด้าน ESG ถือเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการดังกล่าว ช่วยให้บริษัทสามารถตรวจสอบแนวปฏิบัติจริงของคู่ค้า ประเมินระดับความเสี่ยง และระบุประเด็นที่ควรปรับปรุงได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อพบประเด็นที่ต้องพัฒนา บริษัทฯ จะดำเนินการร่วมกับคู่ค้าอย่าง
ใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนปรับปรุง การให้คำแนะนำและสนับสนุนด้านการพัฒนา รวมถึงการทบทวนความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามความเหมาะสมในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขประเด็นสำคัญได้
ในปี 2568 บริษัทไม่พบคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนในระดับสูง และได้ดำเนินการตรวจประเมิน ESG ณ สถานประกอบการสำหรับคู่ค้ารายสำคัญจำนวน 1 ราย
เราไม่ได้เพียงคาดหวังให้คู่ค้าปฏิบัติตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด แต่ยังมุ่งสนับสนุนและเสริมศักยภาพให้คู่ค้าสามารถพัฒนาไปสู่มาตรฐานดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อคู่ค้าเติบโตและเข้มแข็งในด้านความยั่งยืน องค์กรของเราก็จะเติบโตอย่างมั่นคงไปพร้อมกัน
ผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมการมีส่วนร่วม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บริษัทฯได้สื่อสารแนวทางในประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ตลอดจนการเติบโตอย่างทั่วถึง โดยบทสนทนาเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและวิสัยทัศน์ร่วมกันในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ด้วยการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความร่วมมืออย่างจริงจัง บริษัทจึงสามารถพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น มีจริยธรรม และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต